21 มิถุนายน 2553

ปลาสุดยอดแห่งโปรตีน จากเนื้อสัตว์


ปลาสุดยอดแห่งโปรตีน จากเนื้อสัตว์

เมืองไทยเรานั้นอุดมสมบรูณ์นักหนา จนมีคำกล่าวว่า "ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว" ทั้งปลาน้ำจืดจากแม่น้ำสายน้อยใหญ่ และยังมี ลำคลอง ห้วย หนอง บึง ประเทศไทยมีชายฝั่งทะเลที่ยาวมากถึง 7,066 กิโลเมตร ทำให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาทะเลและสัตว์น้ำอื่นๆอีกเป็น
จำนวนมาก ทั้งปลาน้ำจืดและปลาทะเลของเรา ที่มีกำลังการผลิตสูงถึง 1.6 ล้านตันในปี พ.ศ.2549 (27% ของผลผลิตสัตวน้ำทั้งหมด)

ข้าวกับปลาเป็นอาหารดั้งเดิมที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน ไม่ต้องเสียสตางค์ซื้อหา เรารับเอาวัฒนธรรมกินเนื้อสัตว์จากชาติตะวันตกเข้ามา พิษภัยของเนื้อสัตว์มีผลเสียต่อสุขภาพมากมาย
นัก ปัจจุบันฝรั่งส่งเสริมให้ประชาชนของเขากินปลาให้มากขึ้นแล้ว (คนอเมริกันกินปลาน้อยเพียง 7.5 กิโลกรัมเฉลี่ยต่อคนในปี 2004) ยิ่งเป็นเหตุผลที่คนไทยต้องหันมากินปลาให้มากๆ
ดังที่บรรพบุรุษของเราเคยทำกันมาก่อน

เนื้อปลาเป็นโปรตีนที่ย่อยง่ายและปลอดภัยที่สุด แม้วันนี้ในตะวันตกจะมีประเด็นเรืองสารพิษตกค้างในปลา เช่น ปรอท ไดออกซิน (สารพิาตกค้างจากการผลิตพลาสติก) และ PCBs
(polychlorinated Biphenyls) แต่ในบ้านเรายังไม่ปรากฏเป็นข่าวให้กังวลใจแต่อย่างใด กระทั่งในตะวันตกเอง ปลาโดยส่วนใหญ่ก็ไม่พบมีสาร พิษตกค้าง ทีทางการให้ระแวดระวังหน่อยโดยไม่ให้กินหรือจำกัดปริมาณการกิน ก็มีเพียงไม่กี่ ชนิด เช่น ปลาฉลาม king mackerel ปลาทูน่า เป็นต้น สรุปรวมความแล้วปลาก็ยังเป็นโปรดีนที่ปลอดภัยกว่าเนื้อสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงอยู่ดีไม่เพียงแต่เป็นโปรตีนชั้นดีเท่านั้น
ปลายังมีไขมันน้อย แคลอรีต่ำ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังลดน้ำหนักรักษาหุ่น แม้แต่คนเป็นเบาหวาน ปลาก็ยังเหมาะมากๆ เพราะโปรตีนทีมีมากช่วยคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ส่วนไขมันทีว่ามีน้อยนั้น ก็ยังเป็นกรดไขมันจำเป็นโอเมก้าิ 3ที่มีประโยชน์กับร่างกายมาก ดังจะได้กล่าวถึงอย่าง ละเอียด ต่อไป

นอกจากโปรตีนและไขมันแล้ว เนื้อปลายังอุดมด้วยวิตามิน เกลือแร่ ไรโบฟลาวิน (วิตามินบี2) ซึ่งร่างกายต้องใช้ในการเผาผลาญ โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต มีวิตามินD ที่กระดูกจำเป็นต้องใช้ในการสะสมแคลเซียมป้องกันภาวะกระดูกพรุน สำหรับเกลือ

ปลาอุดมด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็กสังกะสี ไอโอดีน และแมกนีเซียม ซึ่งล้วนแล้วแตมีประโยชน์กับร่างกายทั้งสิ้น ด้วย เหตุผลว่าโปรตีนจาก เนื้อปลามีคุณภาพดี ปลอดภัย แถมด้วยวิตามินและเกลือแร่ที่ล้วนแต่สำคัญกับร่างกาย เท่านี้ก็น่าจะ มีเหตุผลหนักพอ ให้เราหันมากินปลากันแล้ว นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ทุกวันนี้ปลายังจัดเป็น “อาหารต้านโรค” นั่นก็ คือ ปลามีน้ำมันปลาที่เป็นกรดไขมันโอเมก้าิ 3 ซึ่งผลการวิจัยได้ยืนยันว่ามีสรรพคุณต้านโรคที่เป็นสาเหตุการตายสำคัญๆในตะวันตก น้ำมันปลาในที่นี้ อย่าเข้าใจผิดเป็นน้ำมันตับปลา (คอด) ที่สมัยหนึ่งพ่อแม่เคยนิยมให้เด็กกินเสริมวิตามินเอ น้ำมันปลาในที่นี้คือไขมันของ ปลาที่ถือเป็น Essential Fatty Acids หรือ กรดไขมันจำเป็น ชนิดที่มีโครงสร้างทา้งเคมีที่เรียกว่า“โอเมก้า-3” เท่านั้น